กันตพร หาญพาณิชย์ ทายาท BCH ผู้เปลี่ยน “โรงพยาบาล” ให้กลายเป็น Wellness Hub แห่งยุคใหม่

          กันตพร หาญพาณิชย์ หรือ “พีท” จากเด็กชายที่เติบโตท่ามกลางบรรยากาศโรงพยาบาล สู่ผู้บริหารและผู้นำการตลาดรุ่นใหม่ ที่เปลี่ยนโฉมหน้า Healthcare & Wellness ในไทย จนทำให้โรงพยาบาลไม่น่ากลัวอีกต่อไป

          ในยุคที่นิยามของ “โรงพยาบาล” ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การรักษาโรค แต่กำลังกลายเป็น “ศูนย์กลางของการใช้ชีวิตที่ดีกว่า” (Wellness Hub) ผู้อยู่เบื้องหลังการทรานส์ฟอร์มที่สำคัญของเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH) คือ คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด ในฐานะทายาทรุ่นที่ 2 ผู้ไม่เพียงสืบทอดธุรกิจครอบครัว แต่ยังเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่นำศาสตร์การตลาดดิจิทัลและสัญชาตญาณของคนรุ่นใหม่มาหลอมรวมกับความเชื่อมั่นของแบรนด์ BCH จนสามารถเปลี่ยนโฉมหน้าอุตสาหกรรม Healthcare ในไทยให้กลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ทันสมัย ซึ่งไม่เพียงแต่รักษาโรค แต่ยังมุ่งเน้นการสร้าง “ศรัทธา” และความสุขในการดูแลตัวเองให้เกิดขึ้นในใจของผู้รับบริการทุกเจเนอเรชั่น

กันตพร หาญพาณิชย์ 
ผู้นำรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนภาพจำ Healthcare ไทย

จากเด็กชายที่วิ่งเล่นในโรงพยาบาล สู่ผู้บริหารมืออาชีพ

          สำหรับทายาทธุรกิจหลายคน การเลือกระหว่าง “สานต่อ” หรือ “สร้างใหม่” อาจเป็นโจทย์ที่ตัดสินใจยาก แต่สำหรับ กันตพร หาญพาณิชย์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ คุณพีท คำตอบนี้ถูกกำหนดไว้ด้วยความผูกพันมาตั้งแต่เยาว์วัย ภาพความทรงจำในวัยเด็กที่คุ้นชินกับทางเดินและกลิ่นอายของโรงพยาบาล ท่ามกลางพนักงานที่เห็นหน้าค่าตากันมานานกว่า 30 ปี หล่อหลอมให้เขามองว่าที่แห่งนี้ไม่ใช่แค่สถานพยาบาลหรือตัวเลขในงบกำไรขาดทุน แต่คือ “บ้าน” อีกหลังที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ที่มีชีวิต

คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

          ด้วยปณิธานที่ต้องการเห็นบ้านหลังนี้เติบโตอย่างแข็งแกร่ง เขาจึงเตรียมความพร้อมด้วยการวางรากฐานการศึกษาที่เข้มข้น สามารถคว้าปริญญา (ตรี-โท) ด้านบริหารธุรกิจ (MBA) จากมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ ก่อนจะลงลึกในศาสตร์เฉพาะทางอย่าง Healthcare Management จากมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อนำองค์ความรู้มาประยุกต์ใช้ในธุรกิจครอบครัวอย่างมืออาชีพเมื่อก้าวเข้ามารับตำแหน่งบริหารอย่างเต็มตัวในช่วงปี 2557-2558

          ในการขับเคลื่อนองค์กรนั้น ทายาทหนุ่มคนนี้เลือกโฟกัสที่งานด้านการตลาดด้วยเหตุผลที่สะท้อนตัวตนชัดเจนว่า “ผมชอบการพบเจอผู้คน และสนุกกับการวางกลยุทธ์เพื่อดึงดูดผู้ใช้บริการ รวมถึงการสร้าง Brand Loyalty ให้เกิดขึ้นในใจลูกค้า” การเลือกดูแลสายงานนี้ไม่เพียงแต่เป็นความชอบส่วนตัว แต่ยังเป็นหัวใจสำคัญในการเชื่อมโยงภาพลักษณ์ของโรงพยาบาลยุคใหม่เข้ากับความเชื่อมั่นเดิมที่มีอยู่ เพื่อยกระดับมาตรฐานการบริการให้ก้าวไปอีกขั้นในสมรภูมิธุรกิจสุขภาพที่มีการแข่งขันสูง

มาร์เกตติ้งโรงพยาบาล : เมื่อ “ศรัทธา” คือหัวใจของธุรกิจ

          ในมุมมองของผู้บริหารหนุ่มไฟแรง ธุรกิจโรงพยาบาลมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ต่างจากอุตสาหกรรมอื่นอย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาที่พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไปอย่างก้าวกระโดด จากเดิมที่โรงพยาบาลเป็นจุดหมายเฉพาะยามเจ็บป่วย (Sick Care) กลายเป็นพื้นที่แห่งการสร้างสุขภาวะ (Healthcare) ปัจจุบันมีกลุ่มลูกค้าถึง 20-30% ที่ก้าวเข้ามาทั้งที่ร่างกายปกติเพียงเพราะต้องการ “ดีขึ้นกว่าเดิม” ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากกระแส Longevity หรือการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม และ Preventive Medicine ที่เน้นการป้องกันก่อนเกิดโรค รวมถึงเทรนด์ความงามที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

          คุณพีทนิยามไว้อย่างน่าสนใจว่า “โรงพยาบาลคือธุรกิจแห่งศรัทธา” ความเลื่อมใส ความเชื่อใจ คือเข็มทิศสำคัญที่ทำให้ผู้รับบริการตัดสินใจเลือก ดังนั้น หัวใจของการทำการตลาดในบริบทนี้จึงไม่ใช่แค่การโฆษณาชวนเชื่อ แต่คือการสร้าง “ความเชื่อมั่น” ว่าทุกชีวิตที่ฝากไว้จะได้รับผลลัพธ์ที่ดีที่สุดกลับไป
คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

3 เสาหลักแห่งความสำเร็จ (The Core Pillars)

          เพื่อตอกย้ำความศรัทธานั้น คุณพีทได้วางโครงสร้างความสำเร็จไว้บน 3 องค์ประกอบหลักที่ต้องขับเคลื่อนไปพร้อมกัน

  • Professionalism : ทีมแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญระดับมืออาชีพ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลัก (Key Success Factor) ที่ขาดไม่ได้

  • Service Excellence : การบริการที่เหนือระดับด้วยจิตวิญญาณ (Service Mind) เพื่อเปลี่ยนประสบการณ์ที่น่ากังวลให้กลายเป็นความอุ่นใจ

  • Effective Marketing : การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพเพื่อเป็นตัวเร่งการรับรู้ โดยเน้นการส่งสารที่ถูกต้องและตรงใจเพื่อให้สาธารณชนรับทราบถึงมาตรฐานและศักยภาพที่มีอยู่จริง

การบริหารทีมข้ามเจเนอเรชั่น : ศิลปะของผู้นำยุคใหม่

          ในฐานะฟันเฟืองสำคัญที่เป็นตัวแทนของคนเจน Y คุณพีทต้องเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ในการบริหารบุคลากรที่มีความหลากหลายตั้งแต่วัยเก๋าอย่าง Baby Boomer ไปจนถึงคนรุ่นใหม่ไฟแรงอย่าง Gen Z ซึ่งเขานิยามบทบาทของตัวเองว่าเป็นเหมือน Sandwich Generation ที่ต้องทำหน้าที่เป็นตัวกลางเชื่อมประสานแนวคิดที่แตกต่างเข้าด้วยกัน

          สไตล์การบริหารของเขามุ่งเน้นไปที่ระบบเปิด (Open Door Policy) มากกว่าการสั่งการตามลำดับชั้น โดยยึดถือคติที่ว่า ผู้นำไม่จำเป็นต้องเก่งที่สุดในทุกเรื่อง แต่ต้องเป็น “นักจัดสรร” ที่สามารถดึงศักยภาพของคนเก่งในแต่ละด้านมารวมกันเพื่อการตัดสินใจที่แม่นยำที่สุด

ผมไม่ได้ปิดประตูความเห็นและไม่ได้คิดว่าตัวเองถูกต้องที่สุด
แต่ผมเชื่อในการหาคนที่เก่งในแต่ละจุดมาเติมเต็มกัน

          สำหรับการดีลกับบุคลากรต่างรุ่น เขาเลือกใช้กลยุทธ์ที่แตกต่างกันอย่างมีชั้นเชิง เช่น กับกลุ่มรุ่นพี่ผู้มากประสบการณ์ เขาเลือกใช้วิธี “รับฟังและปรับตัว” (Active Listening) แทนการโต้แย้ง เพื่อให้เกียรติในประสบการณ์ที่พวกเขามี ในขณะเดียวกันกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ (Gen Z) เขาเลือกดึงจุดแข็งด้านความไวต่อเทคโนโลยี (Digital Native) และความคล่องตัวในการปรับตัวมาเป็นอาวุธสำคัญ

          การบริหารในแบบของเขาจึงไม่ใช่แค่การสั่งงาน แต่คือการ “ผสมผสาน” (Hybrid Leadership) ที่นำเอาประสบการณ์อันเข้มข้นของรุ่นพี่มาผนวกเข้ากับความสดใหม่ของรุ่นน้อง เพื่อสร้างบรรยากาศการทำงานที่เอื้อต่อการเติบโตขององค์กรในระยะยาว

คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

Healthcare & Wellness: อนาคตที่เติบโตไม่หยุด

          เมื่อมองไปยังทิศทางของอุตสาหกรรมในอีก 5-10 ปีข้างหน้า ผู้บริหารแห่ง BCH มองเห็นโอกาสที่ชัดเจนในฐานะธุรกิจดาวรุ่งที่เติบโตเคียงคู่มากับกลุ่ม E-commerce โดยมีแรงขับเคลื่อนสำคัญจากโครงสร้างสังคมที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันผู้คนไม่ได้เพียงแค่อายุยืนขึ้น แต่ยังเผชิญกับโรคอุบัติใหม่และความเสื่อมของร่างกายที่ซับซ้อนขึ้น ขณะเดียวกันกระแสการดูแลสุขภาพเชิงป้องกัน (Preventive & Wellness) ก็กลายเป็นไลฟ์สไตล์หลักที่ผู้คนพร้อมทุ่มงบประมาณให้

          ความน่าสนใจของเทรนด์นี้ยังเชื่อมโยงกับพฤติกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่ที่มีแนวโน้มครองตัวเป็นโสดหรือไม่มีบุตรมากขึ้น “คนกลุ่มนี้มีศักยภาพในการใช้จ่ายสูง และเมื่อถึงจุดหนึ่งที่ความมั่นคงทางการเงินพร้อม พวกเขาจะหันมาลงทุนกับร่างกายตัวเองเป็นอันดับแรก” 

          ด้วยเหตุนี้ แนวทางการขยายอาณาจักรของเขาจึงไม่ได้หยุดอยู่แค่การรักษาพยาบาลในกรอบเดิม ๆ แต่เป็นการทลายกำแพงโรงพยาบาลไปสู่การเป็น Life Partner ของผู้บริโภค ผ่านการรุกเข้าสู่ตลาดศูนย์ความงาม ศัลยกรรมพลาสติก และการเปิดตัวผลิตภัณฑ์อาหารเสริมในปีนี้ ซึ่งถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการเข้าถึงกลุ่มคนที่ยังไม่ป่วยแต่ต้องการรักษาความแข็งแรง (Prevention) เพื่อสร้าง Ecosystem ของสุขภาพที่ครบวงจรตั้งแต่ต้นน้ำจนถึงปลายน้ำ

คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

AI ในโรงพยาบาล : ผู้ช่วยเบื้องหลังที่ผู้ป่วยไม่เห็น

          แม้กระแสปัญญาประดิษฐ์ (AI) จะเข้ามามีบทบาทในทุกอุตสาหกรรม แต่สำหรับภาคการแพทย์ คุณพีทมองว่าการประยุกต์ใช้ต้องตั้งอยู่บนความระมัดระวังและเข้าใจจิตวิทยาของผู้รับบริการอย่างลึกซึ้ง ข้อมูลที่น่าสนใจพบว่าผู้สูงอายุกว่า 40% ยังคงมีกำแพงแห่งความไม่เชื่อมั่น หากต้องให้เทคโนโลยีเป็นผู้วิเคราะห์ผลสุขภาพโดยตรง เขาจึงวางกลยุทธ์โดยเน้นให้ AI ทำหน้าที่เป็น “ผู้ช่วยเบื้องหลัง” (Back-office Supporter) เพื่อเพิ่มความแม่นยำและรวดเร็วในการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ แทนการให้เทคโนโลยีเผชิญหน้ากับลูกค้าโดยตรง

          ปัจจุบันการนำ AI มาใช้ในเครือโรงพยาบาลถูกออกแบบมาเพื่อช่วยสนับสนุนการตัดสินใจของแพทย์ (Clinical Decision Support) เช่น 

  • การคัดกรองผลเอกซเรย์ : โดยให้ AI ช่วยสแกนฟิล์มเบื้องต้นเพื่อค้นหาจุดผิดปกติ ช่วยลดภาระงานและเพิ่มความรวดเร็ว ก่อนที่รังสีแพทย์จะเป็นผู้ยืนยันผลเป็นขั้นตอนสุดท้าย

  • การวินิจฉัยผ่านการส่องกล้อง : มีการติดตั้ง AI Module เพื่อวิเคราะห์ภาพลำไส้หรือกระเพาะอาหารแบบเรียลไทม์ ทำหน้าที่เสมือน “ดวงตาคู่ที่สอง” ช่วยแพทย์สังเกตจุดผิดปกติขนาดเล็กที่อาจมองข้ามไปได้

          แนวคิดนี้สะท้อนชัดเจนว่า หัวใจของโรงพยาบาลยังคงเป็นเรื่องของความเชื่อใจ

          “ถ้าลูกค้ามาแล้วเจอ AI หรือแชตบอตที่เป็น AI ไม่มีใครแฮปปี้เลย เขาจะไม่เชื่อและรำคาญด้วย” ด้วยเหตุนี้การใช้ AI ของเขาจึงเป็นสูตรผสมที่ลงตัวระหว่าง High Tech และ High Touch นั่นคือการใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุดมาสนับสนุน เพื่อให้มนุษย์ (หมอและพยาบาล) มีเวลาและข้อมูลมากพอที่จะมอบการดูแลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความเข้าใจแก่ผู้ป่วยได้ดียิ่งขึ้น

คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

Personal Branding : ไม่ใช่แค่เรื่องของคนดัง

          ในยุคที่การสื่อสารไม่ได้ถูกจำกัดอยู่แค่ในหน้าสื่อกระแสหลัก ผู้บริหารหนุ่มที่ควบตำแหน่งคอนเทนต์ครีเอเตอร์ผู้นี้มองเห็นโอกาสจากการสร้างตัวตนที่แตกต่าง โดยเขาให้แนวคิดว่า “ความสำคัญของคำว่า Personal Branding ผมคิดว่าทุกคนควรมี มันไม่ใช่ว่าเราต้องดังก่อน เราถึงจะเริ่มสร้าง ยกตัวอย่าง ถ้ามีผู้สมัครงาน 3 คน จบแบบเดียวกัน เกรดใกล้เคียงกัน แต่คนหนึ่งเคยทำ Vlog หรือบล็อกที่เกี่ยวข้องกับตำแหน่งที่สมัคร คนนั้นก็จะได้เปรียบ อันนั้นก็คือ Personal Branding ของเขา มันไม่ใช่ว่าเขาต้องดังก่อน”

          สำหรับการทำธุรกิจในเครือโรงพยาบาล เขาได้ถอดรหัสความสำคัญของการสร้างแบรนด์บุคคลไว้ 3 มิติหลัก ที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันอย่างยั่งยืน ดังนี้ 

  • Trust & Authenticity (ความจริงใจสร้างความเชื่อมั่น) : ในฐานะทายาทและผู้บริหารที่ลงมาสื่อสารด้วยตัวเอง ความน่าเชื่อถือย่อมสูงกว่าการใช้ตัวแทนหรือการจ้างงานพรีเซ็นเตอร์ เพราะเป็นการยืนยันผ่านตัวตนจริงว่า “เราดูแลเอง รับผิดชอบเอง” ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจบริการสุขภาพ

  • Cost Efficiency (การบริหารต้นทุนอย่างชาญฉลาด) : การใช้ตัวเองเป็นกระบอกเสียงช่วยลดภาระงบประมาณการตลาดในส่วนของ Brand Ambassador ได้อย่างมหาศาล ทำให้องค์กรสามารถนำงบประมาณไปพัฒนานวัตกรรมการรักษาได้มากขึ้น

  • Business Extension (การต่อยอดที่ไร้ขีดจำกัด) : แบรนด์ที่สร้างขึ้นจาก “ตัวตน” มีความยืดหยุ่นสูงกว่าแบรนด์ที่ผูกติดกับ “สินค้า” เพราะเมื่อลูกค้าเชื่อมั่นในตัวบุคคลแล้ว ไม่ว่าในอนาคตจะขยายไปสู่ธุรกิจหรือผลิตภัณฑ์ใด ความเชื่อมั่นนั้นจะตามไปเป็นรากฐานที่แข็งแกร่งเสมอ

          การขับเคลื่อนแบรนด์ในลักษณะนี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้องค์กรดูเข้าถึงง่ายและมีความเป็นมนุษย์ (Humanized Brand) มากขึ้น แต่ยังเป็นการเปลี่ยนจากผู้บริหารเบื้องหลัง มาเป็นผู้ที่สร้างแรงบันดาลใจและส่งต่อความรู้สู่สังคมได้อย่างทรงพลัง

Work-Life Balance : ความจริงที่ไม่มีใครบอก

         ในมุมมองของการบริหารเวลา คุณพีทได้ให้แนวคิดที่แหวกแนวและตรงไปตรงมาว่า Work-Life Balance ที่แท้จริงอาจไม่มีอยู่จริงสำหรับคนที่มุ่งมั่นจะสร้างความสำเร็จในระดับสูง สิ่งสำคัญกว่าไม่ใช่การแบ่งเวลาให้เท่ากัน แต่คือการทำในสิ่งที่รัก จนเส้นแบ่งระหว่างงานและการพักผ่อนจางลง

หากเราต้องแบกความทุกข์ไปทำงานทุกวัน นั่นไม่ใช่ทางออกที่ยั่งยืน แต่หากงานนั้นคือความสนุก มันจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ช่วยผ่อนคลายไปในตัว

กันตพร หาญพาณิชย์

กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาด เครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

          จะเห็นได้จากการที่เขาเลือกใช้เวลาหลังเลิกงานบริหารไปกับการขายของ ซึ่งสำหรับเขาแล้วไม่ใช่ภาระเพิ่ม แต่มันคือกิจกรรมที่สร้างความเพลิดเพลิน สร้างรายได้ และเป็นการใช้เวลาให้เกิดประโยชน์สูงสุดในมิติที่แตกต่างจากการนั่งในห้องประชุม

ข้อคิดสำหรับผู้บริหารรุ่นใหม่ : ความจริงที่ต้องเผชิญ

          จากการได้สัมผัสและแลกเปลี่ยนมุมมองกับมหาเศรษฐีระดับแถวหน้าของเมืองไทย เขาได้ตกผลึกความจริงที่น่าสนใจฝากถึงคนรุ่นหลังว่า “ความรวยข้ามคืนไม่มีอยู่จริง” เบื้องหลังความสำเร็จระดับหมื่นล้านที่ผู้คนมองเห็น ล้วนแลกมาด้วยการทำงานหนักอย่างมหาศาลทั้งสิ้น โดยเขาสรุปเข็มทิศความสำเร็จไว้เป็น 3 เสาหลัก 

  • ความเชี่ยวชาญต้องนำหน้ากระแส : การเริ่มต้นธุรกิจควรเริ่มจาก “ความถนัด” และ “ความรัก” อย่างแท้จริง การวิ่งตามเทรนด์โดยปราศจากความรู้พื้นฐาน เช่น การกระโดดเข้าสู่ตลาดอาหารเสริมตามคนอื่นโดยไม่รู้ช่องทางการขายหรือกลไกผลิตภัณฑ์ มีโอกาสล้มเหลวสูงมาก

  • ความอดทนคือเครื่องคัดกรอง : ธุรกิจอาจไม่ประสบความสำเร็จในวันแรก (Day 1) แต่ความมุ่งมั่นจะทำให้เราทำได้ดีกว่าคนอื่น จนกว่าโอกาสจะวิ่งเข้าหาเอง เปรียบเสมือนร้านอาหารที่ต้องยืนหยัดรักษาคุณภาพไว้ตั้งแต่วันที่ไม่มีลูกค้า เพื่อรอวันที่กระแสโซเชียลจะพัดมาถึง หากถอดใจหยุดทำไปก่อน ความสำเร็จนั้นก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้

  • การสร้างศรัทธาคือเป้าหมายสูงสุด : ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนไปแค่ไหน หลักการพื้นฐานของการทำธุรกิจ Healthcare คือการสร้างความเชื่อมั่นและศรัทธาให้กับผู้คน

คุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ กรรมการผู้จัดการฝ่ายการตลาดเครือโรงพยาบาลบางกอก เชน ฮอสปิทอล (BCH)

          เส้นทางของคุณพีท กันตพร หาญพาณิชย์ สะท้อนให้เห็นถึงผู้นำรุ่นใหม่ที่ไม่เพียงสืบทอดธุรกิจครอบครัว แต่ยังสามารถปรับเปลี่ยนและพัฒนาให้ทันยุคสมัย ด้วยการผสมผสานความรู้ทางวิชาการ ประสบการณ์ตรง และความเข้าใจในเทรนด์การตลาดสมัยใหม่ เขาพิสูจน์ให้เห็นว่าธุรกิจ Healthcare สามารถก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของไลฟ์สไตล์ที่ดีของผู้คนได้อย่างแท้จริง

          จากผู้บริหารรุ่นใหม่ผู้ดูแลโรงพยาบาลในเครือกว่า 15 แห่ง เขายังคงยืนหยัดอยู่บนหลักการง่าย ๆ ว่าทำในสิ่งที่ถนัดและรัก ทำงานหนัก และสร้างความศรัทธาให้กับผู้คน นี่คือสูตรสำเร็จที่ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง ไม่ว่ายุคสมัยจะก้าวไปไกลแค่ไหนก็ตาม
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
กันตพร หาญพาณิชย์ ทายาท BCH ผู้เปลี่ยน “โรงพยาบาล” ให้กลายเป็น Wellness Hub แห่งยุคใหม่ อัปเดตล่าสุด 12 มีนาคม 2569 เวลา 18:56:15
TOP