จุดเริ่มต้นที่ไม่เคยวางแผน : จากความฝันเป็นอาจารย์สู่เส้นทางธุรกิจสุขภาพ
หลังจบการศึกษาสาขาเภสัชศาสตร์จากมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คุณแป้นตั้งใจจะเป็นอาจารย์ แต่ชีวิตพลิกผัน เมื่อทดลองสมัครเป็นผู้แทนยาแล้วได้รับการตอบรับ "ฟ้าลิขิตอะไรบางอย่าง ก็เลยกระโจนเข้ามา" การลงพื้นที่พบแพทย์และนำเสนอผลิตภัณฑ์กลายเป็นบทเรียนที่มีค่ายิ่งกว่าห้องเรียน เพราะอย่างที่เธอสรุปไว้ว่า "ทฤษฎีจากตำราเป็นเพียงส่วนหนึ่ง อีกครึ่งอยู่ที่การลงมือปฏิบัติจริง"
จากนั้นคุณแป้นไต่เต้าจาก Medical Representative สู่ Supervisor, Product Specialist และ Product Manager ในบริษัทยาข้ามชาติตลอดระยะเวลา 13-14 ปี ก่อนที่โอกาสใหม่จะมาเคาะประตู เมื่อ Mega We Care เปิดรับ Product Manager สินค้าสุขภาพ ตำแหน่งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ จากโลกของยาที่คุ้นเคย ก้าวสู่โลกของผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ยังท้าทายสำหรับเภสัชกรอย่างตัวเองในขณะนั้น
ช่วงเวลาแห่งการตัดสินใจ : จากยาสู่ Nutraceutical
การตัดสินใจข้ามจากอุตสาหกรรมยาสู่โลกของผลิตภัณฑ์สุขภาพไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเฉพาะสำหรับเภสัชกรที่ยึดหลัก Evidence-based Practice อย่างเคร่งครัด คุณแป้นใช้เวลาหลายเดือนขุดคุ้ยบทความวิจัยและงานศึกษาทางคลินิกทั่วโลก จนค้นพบว่า "อุตสาหกรรมวิทยาศาสตร์เพื่อสุขภาพนี้มีอะไรที่น่าสนใจ และน่าจะเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต" ซึ่งเธอมองเห็นสิ่งนี้มาตั้งแต่ 30 ปีก่อน
Nutraceutical คำที่ผสมระหว่าง Nutrients และ Pharmaceutics เปิดโลกให้เธอมองสุขภาพในมิติใหม่ "พอมาอุตสาหกรรมนี้ มันเป็นเรื่องของ Back to Nature ของความเป็นมนุษย์" ไม่ใช่แค่การกินอาหารเสริมสุ่มสี่สุ่มห้า แต่เป็นการใช้สารอาหารที่มีหลักฐานรองรับในการป้องกันและบรรเทาอาการ นอกจากนี้ยังศึกษา Lifestyle Medicine หรือเวชศาสตร์วิถีชีวิต ที่พิสูจน์แล้วว่าการปรับพฤติกรรมสามารถ Reverse อาการของโรคเรื้อรังได้ จนกลายมาเป็นปรัชญาหลักของตัวเองอย่างชัดเจน
คนเราไม่ได้เกิดมามีโรค แต่หลังจากใช้ชีวิตมาระดับหนึ่ง
พฤติกรรมไม่ดีถึงนำโรคมาถามหา
จุดยืนที่ไม่เคยประนีประนอม : คุณภาพเหนือกำไร
สิ่งที่ทำให้ Mega We Care แตกต่างจากคู่แข่งคือการยึดมั่นในหลักวิทยาศาสตร์อย่างเคร่งครัด แม้จะต้องสูญเสียโอกาสทางธุรกิจในระยะสั้น คุณแป้นยกตัวอย่างกรณีคอลลาเจน ที่คู่แข่งขายกันระเบิดระเบ้อ แต่ Mega We Care ใช้เวลา 3-4 ปี ในการค้นหาซัพพลายเออร์ที่มีผลวิจัยพิสูจน์ประสิทธิภาพจริง "เรายืนยันที่จะไม่ต้องรวยเร็วก็ได้ แต่ต้องตอบตัวเองและตอบทุกคนได้ว่า ทำไมถึงเอาผลิตภัณฑ์นี้ออกมาขาย"
โรงงานที่บางปูของ Mega We Care เป็นโรงงานยาแห่งเดียวในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐานยาระดับสากล (World Class) และเป็นโรงงานเดียวที่ได้มาตรฐานยายุโรป สามารถส่งออกได้กว่า 20 ประเทศในสหภาพยุโรป และมาตรฐานเดียวกันนั้นใช้กับผลิตภัณฑ์ในไทยด้วย
ผลิตภัณฑ์ล็อตใดที่ QC และ QA ไม่ผ่าน เผาทิ้งทันที ไม่มีข้อยกเว้น
นวัตกรรมที่แตกต่าง : เมื่อผลิตภัณฑ์ไม่ได้เหมือนใคร
ปรัชญาการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของคุณแป้นคือ "ความต่างที่มีคุณค่า" ไม่ใช่แค่ทำตามกระแส ตัวอย่างชัดเจนคือ ยาแก้ปวดที่พัฒนาด้วยสูตรพิเศษ นอกจากไอบูโพรเฟน (Ibuprofen) แล้ว ยังมีสารละลายที่ช่วยให้ดูดซึมเร็ว "ของเรา กินปุ๊บ 15 นาที หายปวด ในขณะที่ผลิตภัณฑ์ทั่วไปใช้เวลาครึ่งชั่วโมงถึง 1 ชั่วโมง อันนี้คือสิ่งที่พี่มักจะให้ไกด์ไลน์กับการ Launch สินค้า มันควรจะมี Benefit ที่เหนือกว่าสินค้าอื่น ขายของเหมือนกัน แต่เราดีกว่า เราอาจจะมีต้นทุนที่สูงกว่าคนอื่น แต่คุณมั่นใจได้ว่าคุณกินแล้วหายดีหายเร็วกว่าคนอื่น"
ปัจจุบัน Mega We Care มีศักยภาพในการผลิตผลิตภัณฑ์ประมาณ 400-500 รายการ จำหน่ายในประเทศไทยเพียง 120 รายการ ส่วนที่เหลือส่งออกไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก "ด้วย GMP ด้วย Standard ที่มีอยู่ในโรงงาน เราไม่สามารถทำต่างมาตรฐานเพื่อให้คนแต่ละประเทศกินไม่เหมือนกันได้" ตัวเลขนี้สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่แตกต่างกัน แต่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพเดียวกันไว้ได้
จากผลิตภัณฑ์สู่วิถีชีวิต : การเกิดขึ้นของ Wellness We Care Center
คุณแป้นตระหนักว่าผลิตภัณฑ์คุณภาพดีเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากพฤติกรรมการใช้ชีวิตยังผิดพลาด จึงเกิด Wellness We Care Center ที่อำเภอมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี สถาบันที่มุ่งเป้า "To Prevent and Reverse NCD" ด้วยหลักสูตรกว่า 20 คอร์ส ครอบคลุมการจัดการจิตใจ การออกกำลังกาย และโปรแกรมเฉพาะสำหรับผู้ป่วยโรคเรื้อรังแต่ละประเภท หรือถ้าคนสุขภาพดีก็มีโปรแกรม Good Health by Yourself ให้ไปเรียนรู้ในการมีสุขภาพที่ดีทั้งในปัจจุบันและต่อเนื่องไปในอนาคตข้างหน้าด้วย
วิสัยทัศน์ของคุณแป้นยังไปไกลกว่านั้น เพราะเธออยากให้พนักงาน Mega We Care ทุกคนเป็น "เมล็ดพันธุ์" ที่กระจายความรู้เรื่องสุขภาพสู่สังคม "เขาไปอยู่ที่ไหน ก็บอกคนรอบข้างได้ว่า Mega We Care อยู่กันยังไง" นี่คือการทำงานเพื่อสังคมที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การขายผลิตภัณฑ์ แต่เป็นการสร้างสังคมที่มีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน
การต่อสู้กับข้อมูลเท็จ : การสื่อสารที่ตั้งอยู่บนความจริง
ความเป็นผู้นำที่ไม่หยุดนิ่ง : วัฒนธรรมองค์กรแห่งการเรียนรู้
คำแนะนำสำหรับคนรุ่นใหม่ : ความสมดุลระหว่างอิสระและการเรียนรู้
เมื่อถูกถามถึงคุณสมบัติที่มองหาในคนรุ่นใหม่ Gen Z คุณแป้นให้ความเห็นที่สมดุลและเข้าใจ "คน Gen Z ค่อนข้างมีชีวิตหรือถูกเลี้ยงดูมาแบบอิสระ ข้อดีของเขาก็คือมีอิสระทางความคิด แต่บางครั้งก็คือนิดเดียวที่เขาอาจจะต้องชะลอนิดหนึ่ง คือต้องรับฟัง ด้วย Experience ต้องรับฟังจากคนที่มี Experience ผ่านมาบ้าง" เธออธิบายถึงความสำคัญของการผสมผสานระหว่างความคิดสร้างสรรค์กับประสบการณ์
สำหรับคนรุ่นใหม่ที่สนใจเข้าสู่อุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์สุขภาพ คุณแป้นมีข้อแนะนำที่ชัดเจน "ทำอะไรก็ได้นะ แต่ขอให้เป็นของที่ดีและมีประโยชน์ ยึดตามหลักทางวิทยาศาสตร์ ต้องมีหลักฐานที่เชื่อมั่นได้"
ชีวิตส่วนตัว : จากคนใจร้อนสู่ผู้นำที่สงบนิ่ง
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือการเปลี่ยนแปลงในตัวคุณแป้นเอง "ก่อนอายุ 27 ใจร้อน หุนหันพลันแล่นมาก" จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อยอมเข้าคอร์สปฏิบัติธรรม 7 คืน 8 วัน แม้เตรียมรถไว้สำหรับหนีด้วย "พอออกจาก 7 วันนั้น เปลี่ยนไปคนละคนเลย ทุกอย่างมีตรรกะ คนมาทำอะไรกับเราเขามีเหตุทั้งนั้น แต่เราจะไปเอาจิตเราไปเกาะเขาทำไม"
หลักธรรมะกลายเป็นเข็มทิศในชีวิตและการทำงาน ด้วย 3 คำถามที่ถามตัวเองทุกครั้ง คือ “เดือดร้อนคนอื่นไหม เราได้อะไรไหม และคนอื่นได้อะไรไหม” หากคำตอบเป็นบวกทั้ง 3 ข้อจึงทำต่อ เธอเชื่อหลักที่ว่า "ทุกอย่างมีเหตุ มีเหตุวันนี้ผลถึงเกิด" สิ่งที่ทำวันนี้จะเป็นเหตุที่นำไปสู่ผลในอนาคต ดังนั้น การคิดดี พูดดี ทำดี จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ปัจจุบันคุณแป้นยังคงดูแลสุขภาพอย่างจริงจัง ออกกำลังกายทุกวันไม่ต่ำกว่าครึ่งชั่วโมง ทั้งวิ่ง ปั่นจักรยาน และยกเวต เพราะเชื่อมั่นว่าการดูแลสุขภาพไม่ใช่แค่เรื่องของร่างกาย แต่รวมถึงจิตใจด้วย และที่สำคัญกว่านั้นคือ จิตใจมีความสำคัญมากกว่าด้วยซ้ำ
"คุณอาบน้ำวันละ 2 ครั้ง แต่คุณไม่เคยล้างใจคุณเลย" การทำสมาธิและวิปัสสนาเป็นวิธีการ "ล้างใจ" ที่เธอปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ เพราะเชื่อว่าจิตคุมกาย หากจิตใจเรามีความสุข สงบ ร่างกายก็จะแข็งแรงตามไปด้วย ในทางกลับกัน หากจิตใจเครียด กังวล ร่างกายก็จะเจ็บป่วยได้
นิยามความสุขในแบบของคุณแป้น
ตอนจะนอนก็ขอให้หัวถึงหมอนแล้ว 15 นาทีต้องหลับ นั่นคือคุณต้องปล่อยวางความคิดแล้วปลดออกไปจากชีวิตก่อน เวลานี้พักผ่อนคือพักผ่อน
ภญ.วิชชุลดา ผรณเกียรติ์รองประธานกรรมการ บริษัท เมก้า ไลฟ์ไซแอ็นซ์ พีทีวาย จำกัด
พร้อมกับเน้นย้ำว่าเตียงคือที่พักผ่อน ไม่ใช่ที่วางแผนหรือแก้ปัญหา และยังมีเทคนิคพิเศษที่เรียกว่า "ลิ้นชักของความคิด" คือการปิดสวิตช์ความคิดเมื่อเรื่องใดจบลงแล้ว และจะเปิดใหม่ต่อเมื่อมีข้อมูลใหม่เข้ามาเท่านั้น "คุยเรื่องหนึ่งแล้วปิดลิ้นชัก ไม่ได้คิดอีกเลย จนกว่าจะมีดาต้าใหม่เข้ามา ถ้าไม่มีดาต้าใหม่เข้ามา พี่จะไม่เปิดเรื่องนั้นอีก" วิธีนี้ช่วยให้ชีวิตไม่สับสน สมองไม่รก และโฟกัสกับเรื่องที่สำคัญในปัจจุบันได้อย่างเต็มที่
มรดกที่ต้องการทิ้งไว้
เมื่อถามถึงความฝัน คุณแป้นไม่ได้พูดถึงทรัพย์สินหรือตำแหน่ง แต่ตอบว่า "ขอให้อยู่แบบมีคุณค่า ไม่เดือดร้อนใคร" และความฝันสุดท้ายที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง คือ "แข็งแรงจนนาทีสุดท้าย ไม่อยากนั่งกินนอนกินบนเตียง เป็นภาระของคนที่รัก"
มรดกที่แท้จริงของเธอไม่ใช่อาคารหรือทรัพย์สิน แต่คือความรู้และวิถีชีวิตที่ส่งต่อผ่านผลิตภัณฑ์คุณภาพ ผ่านศูนย์ Wellness We Care Center และผ่านพนักงานทุกคนที่พร้อมเป็นเมล็ดพันธุ์แห่งสุขภาพในสังคม
เส้นทางของ ภญ.วิชชุลดา ผรณเกียรติ์ จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวความสำเร็จทางธุรกิจ แต่คือการพิสูจน์ว่าการยึดมั่นในจริยธรรม หลักฐานทางวิทยาศาสตร์ และการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง สามารถสร้างทั้งองค์กรที่แข็งแกร่งและผลกระทบที่ยั่งยืนต่อสังคมไปพร้อมกันได้





