วิสัยทัศน์ผู้นำแอมเวย์ : เมื่อธุรกิจสุขภาพเริ่มต้นจากความเข้าใจคน โดยคุณทศพร นิษฐานนท์

         ในยุคที่ธุรกิจวัดกันด้วยความเร็วและนวัตกรรม คุณทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กลับคิดต่างว่า รากฐานของการเติบโตอาจไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือการพัฒนาคน ชวนสำรวจวิธีนำองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนจากภายในสู่ภายนอก

         Amway คือบริษัทขายตรงระดับโลกที่ดำเนินธุรกิจมายาวนาน โดยพัฒนาสินค้าด้านสุขภาพ ความงาม และโภชนาการ ควบคู่กับการสร้างโอกาสทางธุรกิจให้ผู้คนทั่วโลก ขณะที่ในประเทศไทย Amway Thailand กำลังปรับบทบาทของตัวเองให้ก้าวไปไกลกว่าการเป็นเพียงบริษัทจำหน่ายสินค้า สู่การเป็นธุรกิจ Health & Wellness ที่มุ่งสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้ผู้คนอย่างยั่งยืน ท่ามกลางโลกธุรกิจที่ขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยี ดิจิทัลแพลตฟอร์ม และ AI อย่างรวดเร็ว คุณทศพร นิษฐานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด กลับตั้งคำถามพื้นฐานแต่สำคัญว่า “องค์กรจะเติบโตอย่างยั่งยืนได้อย่างไร หากคนในองค์กรยังไม่เติบโตไปพร้อมกัน” คำถามนี้จึงกลายเป็นจุดตั้งต้นของบทสนทนาว่าด้วยวิธีคิดของผู้นำ การพัฒนาองค์กร และทิศทางใหม่ของแอมเวย์ในการสร้างสุขภาวะและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้ผู้คนในระยะยาว
ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

Amway Thailand
เมื่อการเติบโตเริ่มจากภายใน

สูตรผสมความสำเร็จ : เก่ง ขยัน และการเตรียมตัวรับ “โชคดี”

          “ความสำเร็จประกอบด้วยความเก่ง 25% ความขยัน 25% และความโชคดี 50%” คุณทศพร นิษฐานนท์ เปิดบทสนทนาด้วยสูตรที่ฟังดูเรียบง่าย แต่ชวนให้คิดต่อ เขาอธิบายว่า “โชคดี” ในความหมายของเขา ไม่ใช่เรื่องของการนั่งรอ แต่คือจังหวะที่โอกาสมาถึงในวันที่เราพร้อม “เรารอความโชคดีอย่างเดียวไม่ได้ เพราะฉะนั้นความเก่ง ความขยัน เป็นสิ่งที่เราต้องเตรียมตัวให้พร้อมอยู่ตลอดเวลา คือทำตัวให้อยู่ในจังหวะที่ความโชคดีมาถึงเรา”
ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

         สำหรับคุณทศพร ความเก่งไม่ได้หมายถึงเพียงความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน แต่รวมถึงวิธีคิดและการตัดสินใจอย่างมีสติในช่วงเวลาสำคัญ ขณะที่ความขยันก็ต้องเป็นความพยายามที่มีทิศทาง ไม่ใช่แค่ทำงานหนัก แต่ต้องพัฒนาตัวเองให้ก้าวไปอีกขั้นอยู่เสมอ เพื่อให้เมื่อโอกาสเปิดประตูเข้ามา เราจะไม่ใช่แค่คนที่ “อยากได้” โอกาสนั้น แต่เป็นคนที่ “พร้อมและคู่ควร” กับมัน

ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

         อีกหนึ่งหลักที่เขายึดถือมาตลอดคือการทำงานให้เกินตำแหน่งหน้าที่ “ทุกครั้งที่ได้โอกาสจะพยายามทำตัวให้ทำงานหนักกว่าตำแหน่งตัวเองสัก 1-2 ขั้น วันที่เป็นสตาฟฟ์ก็ทำตัวเหมือนเมเนเจอร์... วันที่เป็นเมเนเจอร์ก็ทำตัวเหมือนไดเรกเตอร์” เขามองว่านี่คือการฝึกตัวเองให้คิดในระดับที่สูงกว่าเดิม ไม่ใช่เพื่อแย่งบทบาทใคร แต่เพื่อเตรียมความพร้อมล่วงหน้า “ตำแหน่งไม่ได้ทำให้เราพร้อม แต่ความพร้อมต่างหากที่ทำให้เราได้ตำแหน่ง” และนั่นคือหัวใจสำคัญของสูตรความสำเร็จที่เขาเชื่อมั่นมาตลอดเส้นทางการทำงาน

ผู้นำยุคใหม่ต้องอยู่ “เหนือเส้น”

         จากประสบการณ์การทำงานในบริษัทข้ามชาติมาหลายแห่ง คุณทศพรยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า เขาเคยเป็นผู้นำที่โฟกัสผลลัพธ์และตัวเลขเป็นหลัก ขับเคลื่อนทีมด้วย KPI และ Performance เป็นสำคัญ ทว่าจุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อได้เรียนรู้แนวคิด “Heart Style” ที่ทำให้เขาตั้งคำถามกับบทบาทผู้นำของตัวเอง

ผู้นำแบบ Above The Line คือผู้นำที่คุยเรื่องของความเมตตากรุณา (Compassion) พูดถึงการ Coaching คน พูดถึงการใช้ความรักในการทำงาน ซื้อใจ เป็นผู้นำที่ได้ใจของคนทั่วไป

คุณทศพร นิษฐานนท์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

          คุณทศพร อธิบายว่า เมื่อผู้นำเริ่มฟังมากกว่าสั่ง เริ่มโค้ชมากกว่าควบคุม ทีมจะไม่ได้ทำงานเพราะกลัวพลาด แต่ทำเพราะรู้สึกมีคุณค่าและอยากเติบโตไปด้วยกัน พร้อมเน้นว่าความอ่อนน้อมถ่อมตน (Humble) คือคุณสมบัติที่สำคัญ “ยิ่งเราขึ้นสูงเท่าไหร่ เรายิ่งต้องรู้ว่ามีเรื่องที่เราไม่รู้อีกมาก” สำหรับคุณทศพร ผู้นำยุคใหม่ต้องผสาน Hard Skill ในการกำหนดวิสัยทัศน์ กลยุทธ์ และการตัดสินใจที่เฉียบคม เข้ากับ Soft Skill ที่เข้าใจความรู้สึกของคน มองเห็นศักยภาพ และกล้าปล่อยให้ทีมเติบโต บทเรียนนี้สอดคล้องกับแนวคิดที่เขายึดถือมาตลอดว่า องค์กรจะทรานส์ฟอร์มได้จริง ไม่ได้เริ่มจากโครงสร้างหรือเทคโนโลยี แต่เริ่มจากการเปลี่ยนวิธีคิดของผู้นำ จากการบริหารด้วยอำนาจ มาสู่การนำด้วยหัวใจ
ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

Amway Thailand : ในวันที่เทคโนโลยีคือเครื่องทุ่นแรง

         ในวันนี้ที่สัดส่วนการค้าออนไลน์ของแอมเวย์ประเทศไทย (Amway Thailand) เติบโตจาก 15% สู่ราว 60% ภายในไม่กี่ปี คุณทศพรมองว่านี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนช่องทางขาย แต่คือการเปลี่ยนวิธีคิดของทั้งองค์กร “ดิจิทัลไม่ใช่ทางเลือกแล้ว แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของธุรกิจ” เขาเล่าถึงการลงทุนในเว็บไซต์ แอปฯ Amway Click และการนำ AI มาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าและพฤติกรรมการซื้อ เพื่อทำให้ผู้ประกอบการทำงานได้ง่ายขึ้น เร็วขึ้น และแม่นยำขึ้น “เป้าหมายของเราคือทำให้การทำธุรกิจง่ายขึ้นสิบเท่า หรือ Ten Times Easier เพราะถ้ามันง่าย คนก็มีโอกาสสำเร็จมากขึ้น” เทคโนโลยีในมุมของเขาไม่ใช่เรื่องล้ำสมัยเพื่อภาพลักษณ์ แต่คือเครื่องทุ่นแรงที่ช่วยเพิ่ม Productivity และเปิดทางให้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำธุรกิจได้โดยไม่ติดข้อจำกัดเดิม ๆ
ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

         อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี คุณทศพรย้ำว่าคุณค่าพื้นฐานขององค์กรยังไม่เปลี่ยน “แพลตฟอร์มอาจเปลี่ยน วิธีขายอาจเปลี่ยน แต่คุณค่าที่เรายึดถืออิสรภาพ ครอบครัว ความหวัง และรางวัล ยังเหมือนเดิม” สิ่งเหล่านี้คือแกนกลางของโมเดลธุรกิจที่ Amway Thailand ยึดถือมาตลอดเกือบ 4 ทศวรรษ และเป็นเหตุผลที่ผู้คนจำนวนมากเลือกเริ่มต้นเส้นทางนี้ คุณทศพร อธิบายว่า องค์กรอาจลงทุนในดิจิทัลแพลตฟอร์ม หรือ AI เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่เป้าหมายปลายทางยังคงเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้คนมีทางเลือกในชีวิตมากขึ้น มีหลักยึดทางใจ และเห็นผลลัพธ์ที่จับต้องได้จากความพยายามของตัวเอง สำหรับเขา เทคโนโลยีคือเครื่องมือ แต่คุณค่าคือรากฐาน และรากฐานนี้เองที่ทำให้องค์กรยืนระยะได้ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงของโลกธุรกิจ

จาก “Soap is Hope” สู่ยุค Healthspan : เมื่อความหวังของธุรกิจขยับสู่สุขภาพระดับเซลล์

         ตลอดเกือบ 40 ปีขององค์กร จากวันที่นิยามธุรกิจด้วยคำว่า “Soap is Hope” สินค้าอุปโภคบริโภคคือความหวังและโอกาสทางอาชีพสำหรับผู้คนนับแสน วันนี้บริบทได้เปลี่ยนไปอย่างชัดเจน คุณทศพร เผยว่า เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยน ความคาดหวังก็เปลี่ยนตาม “วันนี้เราไม่ได้พูดแค่ว่าขายสินค้าอะไร แต่เราพูดว่าเรากำลังช่วยให้คนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างไร” จากเดิมที่ความหวังคือรายได้และความมั่นคง วันนี้ความหวังถูกยกระดับไปสู่การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีคุณภาพ หรือที่เขาเรียกว่า “Healthspan” ไม่ใช่แค่ Lifespan ที่ยืดอายุออกไปเท่านั้น
ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

         คุณทศพรมองว่าในอีก 3-5 ปีข้างหน้า เทรนด์สุขภาพจะยิ่งชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะแนวคิดที่ว่า “คนรุ่นใหม่ไม่ได้อยากอยู่ได้นานอย่างเดียว แต่อยากแข็งแรงไปจนถึงปลายทาง” สิ่งนี้ทำให้ Lifestyle Medicine กลายเป็นหัวใจสำคัญ ตั้งแต่การนอน การกิน การออกกำลังกาย ไปจนถึงการดูแลสุขภาพจิต ขณะเดียวกันตลาด Wellness ที่เติบโตต่อเนื่อง ก็ยืนยันว่าเรื่องสุขภาพไม่ใช่กระแสชั่วคราว แต่คือเมกะเทรนด์ระดับสังคม เมื่อการแข่งขันขยับลึกขึ้น เกมสุขภาพก็ลงไปถึงระดับ Microbiome และ Cellular Health “วันนี้เราคุยกันถึงสุขภาพระดับเซลล์ ตั้งแต่จัดการเซลล์เสื่อมไปจนถึงการฟื้นฟูร่างกาย” 
ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

         ภายใต้ทิศทางใหม่นี้ องค์กรจึงวางกรอบสุขภาพ 6 มิติ ทั้งกาย ใจ สังคม การเติบโตส่วนบุคคล ความมั่นคงทางการเงิน และสิ่งแวดล้อม เพื่อสะท้อนการดูแลแบบองค์รวม พร้อมผสาน “ฮาร์ดแวร์” อย่างผลิตภัณฑ์และงานวิจัย เข้ากับ “ซอฟต์แวร์” อย่างโอกาสทางธุรกิจและคอมมูนิตี้ที่เติบโตไปด้วยกัน เพราะในโลกที่ผู้คนโหยหาความสมดุล องค์กรที่เข้าใจทั้งสุขภาพและความหวังของมนุษย์จะเป็นองค์กรที่ยืนระยะได้ยาวที่สุด

สุดท้ายแล้ว สิ่งที่เราส่งมอบไม่ใช่แค่สินค้า แต่คือโอกาสในการดูแลชีวิตตัวเองและคนรอบข้าง

คุณทศพร นิษฐานนท์

กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอมเวย์ (ประเทศไทย) จำกัด

การบริหารชีวิตด้วย "ทฤษฎีหนังสติ๊ก" และ "อิคิไก"

         เมื่อพูดถึงการรับมือกับวิกฤต คุณทศพรเปรียบชีวิตเหมือน “หนังสติ๊ก” ที่ยิ่งผ่านแรงดึงก็ยิ่งเหนียวแน่น แต่ความเหนียวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นเอง หากมาจากวินัยเล็ก ๆ ในทุกวัน ทั้งการจัดเวลาให้ดีและการฝึกความคิดผ่านการอ่านหนังสืออย่างสม่ำเสมอ “ผู้นำที่จัดเวลาตัวเองไม่ได้จะจัดการปัญหาใหญ่ไม่ได้” เขาจึงกันเวลาเงียบ ๆ ไว้คิดเรื่องสำคัญ ไม่ปล่อยให้วันทั้งวันหมดไปกับการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า พร้อมใช้แนวคิดอิคิไก (Ikigai) เป็นคำถามก่อนรับงานว่า “สิ่งนี้มีความหมายและช่วยให้ใครดีขึ้นหรือไม่ ? ถ้ามันไม่ได้ช่วยให้ใครดีขึ้น ผมจะไม่เอาเวลาหลักของวันไปแลก” ควบคู่กับการดูแลพื้นฐานชีวิตทั้งการนอน ออกกำลังกาย และกินมังสวิรัติ เพราะเขาเชื่อว่า การบริหารเวลาไม่ใช่แค่เรื่องตารางงาน แต่คือการดูแลพลังงานและความคิดให้พร้อมรับแรงดึงของชีวิตโดยไม่สะดุด
ทศพร นิษฐานนท์ Amway Thailand

         ในช่วงท้ายของบทสนทนา คุณทศพรฝาก 3 คีย์เวิร์ดที่สะท้อนทั้งแนวคิดธุรกิจและวิถีชีวิต เริ่มจาก “Agility” หรือความยืดหยุ่นในการลองผิดลองถูก “อย่ากลัวล้ม แต่ล้มในพื้นที่ที่ปลอดภัย แล้วลุกให้เร็ว” ต่อด้วย “Compassion” การใช้หัวใจนำทีม เพราะไม่ว่าองค์กรจะเล็กหรือใหญ่ ความเข้าใจคนคือพลังที่ยั่งยืน และสุดท้ายคือ “Leverage” การไม่เดินลำพัง แต่รู้จักใช้พาร์ตเนอร์ เทคโนโลยี และเครือข่ายเป็นแรงส่ง “หนึ่งบวกหนึ่งต้องมากกว่าสอง” ทั้งหมดนี้สะท้อนภาพผู้นำที่ไม่ได้แค่ขับเคลื่อนองค์กรด้วยตัวเลข หากขับเคลื่อนชีวิตด้วยความหมาย และออกแบบไลฟ์สไตล์ให้สอดคล้องกับสิ่งที่ตัวเองเชื่ออย่างแท้จริง
         จากมุมมองคิดและประสบการณ์ของคุณทศพร นิษฐานนท์ บทสัมภาษณ์ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นว่า การพาธุรกิจไปข้างหน้าไม่ใช่แค่เรื่องกลยุทธ์ เทคโนโลยี หรือจังหวะทางการตลาด หากคือการตัดสินใจทุกวันของผู้นำว่าจะยืนอยู่บนคุณค่าแบบใด ในโลกที่ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเร็วกว่าที่เคย คำถามสำคัญอาจไม่ใช่ว่า “เราจะชนะใคร” แต่คือ “เมื่อไปถึงจุดหมายแล้ว สิ่งที่เราเป็นอยู่ ยังสอดคล้องกับสิ่งที่เราเชื่อหรือไม่” เพราะท้ายที่สุด ความสำเร็จที่ยั่งยืน อาจไม่ใช่การไปให้ไกลที่สุด แต่คือการไปให้ไกล โดยไม่หลงทางจากตัวเอง
เรื่องน่าสนใจอื่นๆ
เรื่องที่คุณอาจสนใจ
วิสัยทัศน์ผู้นำแอมเวย์ : เมื่อธุรกิจสุขภาพเริ่มต้นจากความเข้าใจคน โดยคุณทศพร นิษฐานนท์ อัปเดตล่าสุด 9 เมษายน 2569 เวลา 11:47:56 1,028 อ่าน
TOP